Shelling's profile=: ร้าน Shelling บริการ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ประกาศ



    นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    จะขอหยุดอัพเดทสเปซเป็นการถาวร

    เนื่องจากขี้เกียจทำสองสามที่

    หากสนใจติดตามชีวิตข้าพเจ้า

    เชิญที่ http://shellingz.multiply.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ขอบพระคุณมากครับ

    รอกหักเหเวลา

     

    บล็อกนี่เหมือนสิ่งเสพติดจริงๆ
    ได้เขียนทีนึง ก็ทำให้มีเรื่องที่อยากจะเขียนตามมาอีกมากมาย

    บล็อกที่แล้วมีแต่คนทักว่าเครียด
    กระนั้น มันเป็นสไตล์ในการเขียนของผม ถ้าสนใจจะขุดคุ้ยประวัติศาสตร์
    ขอเชิญได้ที่ Live Spaces ครับผม

    ------------------------------

    ถึงแม้จะอยู่ในช่วงสอบ
    แต่ตัวผมเองไม่เคยรู้สึกยังงั้น

    ทุกวัน คิดแต่เพียงว่า วันข้างหน้าผมจะเดินไปทางไหน ยังไง กับใคร

    เมื่อกี้นี้ ผมนอนกลิ้งอยู่บนเตียงที่รกไปด้วยหนังสือและซีดีเพลง
    พลางคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวผมในหนึ่งปีข้างหน้า
    ก็ทำให้ได้พบว่า ปีนี้เป็นปีที่ยากเย็นของผมจริงๆด้วยล่ะ
    มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้เร็วๆ

    ผมเคยอ่านโดเรมอนตอนหนึ่ง เป็นตอนที่โนบิตะนั่งรอชิซึกะอยู่ที่บ้านของเธอ
    แล้วโนบิตะเกิดรู้สึกเบื่อหน่ายที่จะรอ โดเรมอนเลยใจดี หยิบเอาของวิเศษจากกระเป๋ามิติที่สี่ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
    มันคือ "รอกหักเหเวลา" ที่เมื่อเราหมุนรอกนี้ไปเท่าใด เวลาก็จะผ่านไปตามจำนวนครั้งที่หมุน มีหน่วยตามที่เราตั้งไว้

    ครั้งแรก โนบิตะหมุนรอกนี้ไปในหน่วยนาที เพื่อเร่งให้ชิซึกะกลับมา
    ต่อมา โนบิตะหมุนรอกนี้ขณะเดินกลับบ้าน ทำให้ถึงบ้านเร็วขึ้นในความรู้สึกของโนบิตะ
    ตกเย็น โนบิตะก็เกิดความอยากรู้ว่า ของขวัญวันคริสต์มาสปีนี้จะเป็นอะไร ก็หมุนจนถึงเวลานั้น
    โนบิตะไม่พอใจกับของขวัญปีนี้ จึงหมุนรอกไปดูของขวัญปีหน้า แต่เมื่อพบก็ไม่พอใจอีก โนบิตะจึงหมุนรอกไปเรื่อยๆ
    จนในที่สุดเห็นของขวัญวันคริสต์มาสเป็นสุนัขหุ่นยนต์ เขาดีใจมาก
    แต่ลูกของเขาก็เข้ามาถามว่า นี่ไม่ได้ซื้อให้เขาเหรอ
    ใช่ครับ โนบิตะหมุนรอกจนเวลาผ่านไปหลายปี กลายเป็นโนบิตะที่เป็นผู้ใหญ่แบบกะทันหัน

    ในขณะนั้นเอง จู่ๆ รอกหักเหเวลาก็เกิดระเบิด และโนบิตะก็กลับมานั่งรอชิซึกะอยู่ในห้องนั่งเล่น
    สิ่งนี้ทำให้โนบิตะรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะรอชิซึกะ เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังไม่ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ ทั้งที่ยังไม่พร้อม

    คงสงสัยสิว่า ผมเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังทำไม
    การหมุนรอกไปหนึ่งครั้ง หมายถึงเวลาที่ถูกตัดออกไปนั้นเป็นเวลาที่เปล่าประโยชน์
    เวลาที่ถูกตัดออกไป ถ้าเทียบจริงๆแล้วก็คือ การเอาเวลาไปใช้แบบทิ้งๆขว้างๆของเรา
    คำถามคือ คนเรามีเวลาให้เอาไปทิ้งขว้างเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ

    โดเรมอนตอนนี้สอนให้รู้ว่า เวลาทุกไมโครวินาทีเป็นสิ่งมีค่า จงอย่าทำให้มันสูญเปล่า

    เพราะฉะนั้น ถ้าจะข้ามผ่านเวลานี้ไปให้ได้
    ตอนนี้คงเป็นเวลาที่เหมาะแก่การไปอ่านหนังสือสอบแล้วล่ะครับ

     

    เรียนรู้

     

    และแล้วเวลาก็เดินทางตามหน้าที่ของมันมาจนถึงวันนี้

    มนุษย์ทุกคนยังคงดิ้นรนต่อไป เพื่อการมีอยู่ เพื่อการคงอยู่

    แม้รู้ดีว่า สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งที่มีจุดเริ่มต้น ย่อมมีจุดจบ

     

    ผมใช้เวลาเพียงสิบแปดปี เพื่อที่จะเรียนรู้พื้นฐานของความรู้ทั้งปวง

    แต่ผมใช้เวลาถึงสองปี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งที่ง่ายกว่า

    ทำอย่างไร จึงจะได้ใช้พื้นฐานทั้งหมดที่มี

    ทำอย่างไร จึงจะเกิดทุกสิ่งที่เราต้องการ

    ทำอย่างไร จึงจะอยู่รอดในโลกใบนี้

     

    ตอนนี้ การเรียนรู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

    ผมต้องเดินหน้า ไม่ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้นเป็นอย่างไร

    ขอบคุณทุกแรงผลักดัน ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ทั้งที่จงใจและไม่จงใจ

    และหวังว่า พวกคุณจะช่วยผลักดันผมต่อไป

     

    Return

    ได้คอมกลับมาแล้วครับ


    เป็นฮาร์ดดิสก์และการ์ดจอที่พร้อมใจกันเสียโดยไม่ได้นัดหมาย

    แต่ทำเอาเจ้าของหน้าซีด ปากสั่น เป็นไข้ ไม่พูดไม่จาไปเป็นอาทิตย์


    แต่ได้นั่งชื่นชมกับของใหม่ๆไม่ถึงสองวัน ต้องจากจรลีอีกแล้ว

    ไปทริปวิชา Recreation Camp

    ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน แต่มีแววว่าำไม่สนุกแฮะ

    ช่างเถอะ ถ้าไปแล้วได้ A ตัวแรกในชีวิตก็ยอมวะ


    แล้วเจอกันในอีกสามวันข้างหน้าครับ

    2008

    สวัสดีปีใหม่
    Happy New Year
    明けましておめでとう


    ขอให้ร่ำรวย มีแฟนสวย
    มี_วย...
    มีแพงพวย...
    มี_วย...
    มีเต้าฮวย...
    มี_วย...
    มีกระบวย...
    มี_วย...
    มีสวนกล้วย...
    มี_วย...
    มีนักมวย...
    มี_วย...
    มีอาหมวย...
    มี_วย...
    มีขวดรูปกรวย...
    มี_วย...


    แล้วแต่จะคิดละ

    ขอให้คิดสิ่งใด ได้สิ่งนั้น ถ้ามันเป็นเรื่องดีนะ

    สุขสันต์ปีใหม่จ้า~

    คอมพัง


    ประกาศ

    คอมพังครับ
    การ์ดจอเสีย
    ฮาร์ดดิสก์เน่า

    งดรับงานชั่วคราว

    จบประกาศ


    Broken Glasses

     

    แว่นผมขาหักครับ

    หักจริงๆ ไม่ได้โกหก โกเจ็ด โกแปด

     

    มันเกิดจากความสะเพร่าของผมเองนั่นแหละ

    เมื่อวานนี้ ซึ่งก็เหมือนทุกๆวัน คือตื่นมาตอนบ่ายๆ

    ทีนี้ มือเจ้ากรรม ก็ดันไปพาดเอาบนแว่นพอดี

    แล้วพอยันตัวลุกขึ้นจากเตียง น้ำหนักตัวก็กดทับลงไปตรงช่วงรอยต่อของขาแว่นกับตัวแว่นพอดี

    ผลคือ งอครับ งอแบบเน่ามากๆ

    แล้วนี่มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำขาแว่นงอ แถมอายุอานามก็มากแล้วด้วย (หมายถึงแว่นอันนี้น่ะ)

    พอบิดกลับเท่านั้นล่ะ รู้ได้ทันทีว่าหายนะ(ไม่ใช่คามิยามะ)มาเยือนแล้ว

    ตอนนี้ก็เลยเท่ไปพักนึง เป็นไอ้แว่นขาหักไปพักหนึ่ง

    คงต้องเป็นช่วงกลับบ้านปีใหม่นั่นแหละ ถึงจะได้แว่นใหม่ (รึเปล่าก็ไม่รู้ = =)

    และมันก็เลยกลายเป็นไฟต์บังคับกลายๆว่า ผมต้องใส่คอนแทกเลนส์ไปเรียน.....

     

    บ้าที่สุด.....

     

     

    ลป. คอนเสิร์ตบอดี้สแลมนี่มันแหล่มลิงๆครับพี่น้อง รักชอบกันจริงอุดหนุนของแท้เถอะครับ

    อย่าคิดมักง่ายเอาแต่โหลดเลย ยิ่งประเภทเดินมายืมไปไรท์นี่ เกินไปว่ะ

    ไม่ใช่งกนะ ให้ได้ แต่พอให้ครั้งนึง มันก็กลายเป็นหน้าที่ผมที่จะต้องไปซื้อมาให้คุณยืมไปไรท์ทุกครั้งไป

    ลป2. ง่วงว่ะ = ="  โต้รุ่งทุกวันนี่มันไม่ดีหรอกนะ

    ลป.3 ได้ข่าวว่าช่วงสอบ แต่เสือกเขียนสเปซใหม่ทุกวันเลย ,( _ _)~   (~_ _),   ,( _ _)~

    New Services


    บริการใหม่จากเชลลิ่ง

     

    รับอุดช่องว่าง สมานแผลใจ

    คิดค่าบริการเป็นรักแท้

    ให้บริการทั่วราชอาณาจักร

    สนใจติดต่อได้ทุกทาง (Spaces, hi5, Messenger)

     

     หัวใจห้องนี้ยังว่างอยู่ สาวใดสนใจรีบจับจอง

     

    แต่เดี๋ยวก่อน!! ถ้าคุณติดต่อมาภายในปีนี้

    คุณจะได้รับรักจากเชลลิ่ง ไม่จำกัดจำนวน ฟรีทันที

     

     

     

    ลป. จริงจังนะครับ

    Music Theory

    ฉันฟังเพลงโดยไม่รู้ความหมาย เนื้อร้องได้ทำนองได้ทุกจังหวะ
    มีเพลงใหม่ตามฟังไว้ไม่ลดละ ไร้สาระเรื่อยไปกับดนตรี
       
    ฉันฟังเพลงโดยลองหาความหมาย เพลงเปลี่ยนไปฟังแล้วใจเต้นถี่
    ทุกคำร้องมีสัมผัสอยู่ในนี้ แสนยินดีสาระมีในเสียงเพลง
       
    ฉันฟังเพลงโดยรู้ถึงความหมาย ค้นหาสิ่งที่ซ่อนไว้ได้อย่างเก่ง
    ฟังทีไรรับรู้ได้ด้วยตัวเอง ว่าทุกเพลงย่อมมีความรู้สึก
       
    ฉันฟังเพลงโดยซึ้งในความหมาย เริ่มร้องไห้ให้บทเพลงที่บาดลึก
    มีน้ำตาไหลอาบแก้มแกมสะอึก พร้อมกับนึกเพลงนี้นี่ตัวเรา
       
    ฉันฟังเพลงโดยไม่อยากรู้ความหมาย ฟังทีไรพลันได้นึกถึงเขา
    หยดน้ำตารินไหลไม่แบ่งเบา ฟังแล้วเศร้าสะเทือนในอารมณ์
       
    ฉันฟังเพลงต่อไปไร้ความหมาย ฟังเรื่อยไปยิ่งสร้างความขื่นขม
    เพลงไม่เหลือสิ่งใดให้ชื่นชม แสนทุกข์ตรมในจิตคิดคำนึง
       
    ฉันเลิกฟังเพลงที่ไร้ความหมาย พอได้ไหมไม่อยากจะคิดถึง
    ไม่อยากแม้ได้ยินอีกเพียงหนึ่ง ไม่อยากตรึงความขื่นขมระทมใจ
       
    ฉันได้ยินเพลงเก่าลอยเข้าหู พลันหดหู่ด้วยเพลงไร้ความหมาย
    เพลงจบลงฉันปลงในทันใด ตัดสินใจจากไปด้วยเสียงเพลง


     

    เป็นช่วงโปรโมชั่นของความเจ้าบทเจ้ากลอน ก็เลยแต่งขึ้นมาอีก
    ประมาณว่าอาบน้ำแล้วนึกต้นกลอนได้ ก็จับมาด้นสดต่อ
    (แต่กลอนนี้จบได้เศร้าจริงๆแฮะ)

    อย่างที่เคยเป็นมาในทุกๆเทอม - ช่วงใกล้สอบ จะไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือ
    ทั้งๆที่ก่อนหน้านี่ก็ไม่เคยอ่าน
    แล้วแบบนี้ความรู้มันจะมีอยู่ในหัวมั้ยครับพี่น้อง

    ขอให้โชคดีในการสอบทุกคนนะครับ ^ ^

    Intermediate Examination


    มิดเทอมครั้งนี้มีสอบแค่สามวิชาครับ

    • 3306101 Useful Plants
      สอบวันที่ 19 ธ.ค. สอบในชั่วโมงเรียนเลย
      ตัวนี้เป็นวิชาเลือก (Gen.Ed.) ก็เลยคิดว่าไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร น่าจะผ่านไปได้ด้วยเอ
    • 2301207 Calculus 3
      สอบวันที่ 21 ธ.ค. ตอนเช้า
      เทอมที่แล้วได้ F มา ต้องเน้นเป็นพิเศษ ไม่อยากพลาดอีก แต่เวลาอ่านมีน้อยแฮะตัวนี้
    • 2102203 Probability and Statistics
      สอบวันที่ 27 ธ.ค. ตอนบ่าย
      เค้าว่ากันว่าตัวนี้ยาก แต่ทำไมเราไม่รู้สึกแบบนั้นแฮะ ขนาดเข้าเรียนบ้างไม่เข้าบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทำได้เป๊ะๆ ทุกข้อเหมือนกันนะ

     

    เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ ถ้าเราหยุด ก็แปลว่าเราถอย

    ตลอดปีที่ผ่านมา ผมหยุดอยู่กับที่มาตลอด ก็เลยรู้สึกได้ว่าเดินห่างจากหลังคนอื่นไปไกลขึ้นๆทุกวัน

    หวังว่าเทอมนี้จะทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเดินเข้าไปใกล้คนอื่นกว่านี้นะ

    Alone in the crowd...

     

    นั่งอยู่คนเดียว เปล่าเปลี่ยวหัวใจ

    ผู้คนมากมาย แต่ไร้วาจา

    นั่งอยู่ตรงนี้ ไร้ที่พึ่งพา

    อยากจะพูดจา กับใครสักคน

     

    นั่งอยู่คนเดียว แม้คนมากมาย

    เหม่อมองออกไป ท้องฟ้ามืดมน

    นั่งอยู่ตรงนี้ เหมือนมีแค่ตน

    เริ่มเกิดกังวล ชีวิตต่อไป

     

    นั่งอยู่คนเดียว ห่อเหี่ยวอารมณ์

    ความทุกข์ผสม เศร้าตรมในใจ

    นั่งอยู่ตรงนี้ โดดเดี่ยวเดียวดาย

    หวังจะมีใคร เข้าใจสักคน

     


     

    เป็นวันหยุดที่เหงาๆ และชวนให้เศร้าในอารมณ์

    ความจริงจะเลือกไปสนุกสนานเฮฮากับคนอื่นๆ ก็ได้นะ

    แต่เลือกที่จะอยู่กับตัวเองมากกว่า

    ไม่มีช่วงเวลาแบบนี้มานานมากแล้ว.....

     

    ขอให้ทุกคนสนุกกับการพักผ่อน และเดินทางปลอดภัย ทั้งขาไปและขากลับนะครับ

    Beautiful Life


    ประกาศ...
    เจ้าของสเปซมันตายไปแล้วครับ

    ด้วยสารพัดเหตุผลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ในที่โล่งแจ้ง
    ถึงแม้ผมจะยังนั่งหายใจ และสามารถพิมพ์เอนทรีนี้ได้ด้วยมือทั้งสองข้าง
    แต่ผมก็รู้สึกว่าผมได้ตายไปแล้ว


    **************************************************************


    อันเป็นที่รู้กันว่า เจ้าของสเปซมันอยู่ในสถานะ "วิทยาทัณฑ์"
    ซึ่งถ้าใช้อับดุลกูเกิ้ลแปลให้เป็นภาษาืที่เข้าใจง่ายในหมู่นิสิต จะสามารถถอดได้ความว่า

    "มันติดโปรอยู่"

    แถมเป็นโปรต่ำซะด้วย

    เงื่อนไขก็ไม่มีอะไรมาก : ถ้าเจ้าของสเปซไม่สามารถใช้สติปัญญาที่มีอยู่น้อยนิด นำพาเอาเกรดเฉลี่ยตัวเองขึ้นไปให้มากกว่า 2.00 ให้ได้ภายใน 2 เทอมนับจากนี้ มันก็จะได้รับสภาพ "นิสิตเก่า" ก่อนที่จะเรียนจบ

    ฟังดูน่าสนุกดีนะ ว่ามั้ย


    **************************************************************

    ในช่วงระหว่างสอบ ที่คนทั้งมหา'ลัยเค้าเลือกที่จะเดินเข้าไปหาอะไรใส่สมองที่หอกลาง
    แต่เจ้าของสเปซกลับอ้างเหตุผลห่วยๆว่า "ที่นั่นไม่เหมาะกับผมหรอก" แล้วก็มานอนในห้องตัวเอง
    พลางเปิดคอมเล่นเกม ฟังเพลง ดูหนัง

    อันที่จริงผมก็ไม่ได้คาดคิดว่า ตัวเองจะกล้าทำเรื่องงี่เง่าแบบนี้หรอกครับ
    แต่มันคงเป็นเพราะอะไรบางอย่างที่ผมไปเจอเข้าโดยบังเอิญ ที่เว็บบิตที่ผมเป็นสมาชิกอยู่

    ซีรี่ส์ญี่ปุ่น ビューティフルライフ (Beautiful Life) เป็นสิ่งที่ผมกำลังพูดถึง

    นอกจากเรื่องเวลาอ่านหนังสือที่มันไม่เหลือแล้วในตอนนั้น ความรู้สึกต่างๆได้หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดของผม
    ในช่วงชีวิตของเรา การเดินทางตามหาความรักที่ไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือเปล่า เป็นเรื่องที่ไม่ยากที่จะทำ แต่ยากที่จะตัดสินใจทำ
    ถ้าคุณรู้ว่า การตัดสินใจของคุณ จะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกห่างจากคำว่าสมบูรณ์แบบ คุณยังจะทำมันหรือไม่
    และคุณยังจะทำมันด้วยความซื่อสัตย์หรือไม่

    ที่สำคัญก็คือ ผมรู้สึกว่าอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในเรื่องนี้..
    (ซึ่งมันหมายความว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับคนดูทุกคน และผู้จัดละครประสบความสำเร็จสุดๆ พิสูจน์ด้วยเรตติ้ง 41 จุดในตอนจบ)

    ซีรี่ส์ชุดนี้ ทำให้ผมหลงรักละครญี่ปุ่นเข้าเต็มๆ
    ไม่ใช่เพราะว่าเป็นละครญี่ปุ่น หรือเพราะว่าเพลงปิดเป็นเพลงที่ผมชอบอยู่แล้ว
    แต่ผมชอบบทของซีรี่ส์เรื่องนี้มาก ผมคิดว่าเป็นบทที่กล้ามากในมุมของละคร
    แต่ถ้าเปรียบกับชีวิตจริง มันก็สมควรแล้วที่จะเป็นอย่างนั้น
    อีกอย่างหนึ่งก็คือ การแสดงที่ดูแล้วไม่เหมือนการแสดง ทุกอย่างลื่นไหล
    นักแสดงถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของตัวละครที่ตัวเองเป็นได้สมบูรณ์แบบ

    แต่มันก็ทำให้ผมคาดหวังที่จะดูละครญี่ปุ่นเรื่องต่อไปเช่นกันนะ




    ลป. ใครอยากดู ติดต่อผมได้ เดี๋ยวส่งไฟล์ให้
           6 แผ่น 24.1 GB เอง ^ ^

    ลป2. ปิดเทอมแล้ว ต่อไปก็เป็นฤดูกาลค่ายหอ เราคงไม่เจอกันนานเลยนะครับ โฮะๆๆๆ

    รักในซีเมเจอร์

    Grand Ex


    แอบรักเธอ อยู่ในใจ
    เก็บหัวใจ ไว้ให้เธอ
    วันทั้งวัน ฉันมองเหม่อ
    คิดถึงเธอ ทุกเวลา
    * เธอเหมือนฉัน หรือเปล่า
    รักคราวแรก แปลกนักหนา
    สุขสุขซึ้งซึ้ง ตรึงอุรา
    สองสายตาประสาน หวานเสียจริง
    ** แอบรักเธอ สุขเกินใคร
    อยู่หนใด หมายแอบอิง
    ใจฉันยัง หวังเธอยิ่ง
    ขอรักจริง รักเพียงเธอ

    (ซ้ำ *,**)

    ขอรักจริง รักเพียงเธอ


    (ฟังเพลงนี้ คลิก)
    **************************************************************************************


    อยู่ดีๆก็นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
    คงเพราะว่าเรากำลังมีความรู้สึกอย่างในเพลง

    แต่คิดดูอีกที ใครกันนะที่เป็นผู้โชคร้ายคนนั้น เอิ๊ก~  ^ ^";;


    ลป. เพลงเก่าเก็บบอกอายุ ฮา~
          แต่ถ้าเพลงเพราะ จะเก่าแค่ไหนก็มีคุณค่าพอที่จะหยิบขึ้นมาฟังนั่นแหละ
    ลป2. เอนทรีนี้สั้นอย่างไม่น่าเชื่อ โฮะๆๆ    (จขบ.หมดมุก?)


    นอนไม่หลับ....


    หมายเหตุ: เอนทรีจับฉ่าย อย่าสนใจเรื่องความต่อเนื่องของเนื้อหา เพราะไม่มีแน่นอน


    *************************************


    เพิ่งรู้สึกตัวว่า อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว
    การสอบครั้งนี้ มีความสำคัญมากพอๆกับการสอบเอนทรานซ์ แต่ต่างกันตรงเป้าหมายนิดหน่อย

    เอนทรานซ์ สอบเพื่อให้รู้ว่าผมจะได้เข้ามาเรียนที่จุฬาฯหรือไม่
    ส่วนการสอบไฟนอลเทอมต้นครั้งนี้ สอบเพื่อให้รู้ว่า ผมยังมีค่าพอที่จะอาศัยจุฬาฯเป็นที่ประสิทธิประสาทปริญญาหรือไม่

    ดูๆไปไม่นิดเลยเนอะ ^ ^


    *************************************


    วันแต่ละวันของผมมันผ่านไปเร็วเหลือเกิน เร็วจนผมไม่อยากจะตามมัน
    ได้แต่ปล่อยให้มันผ่านไปเรื่อยๆอย่างที่มันเป็น
    ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากตามหรอกนะ แต่ว่า ยังไงดีล่ะ
    ผมรู้สึกว่า ยิ่งผมวิ่งตามมันเ่ท่าไร มันก็ยิ่งหนีห่างผมไปไกลกว่าเดิม

    มันเหนื่ิอยนะ


    *************************************


    ช่วงนี้นอกจากเรื่องสอบแล้ว ยังมีเรื่องเงินๆทองๆที่เข้ามาทำให้ชีวิตยุ่งยากอีก
    แน่นอน ไม่ใช่มีเงินเหลือเยอะจนไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร
    แต่ตอนนี้ ไม่มีเงินจะให้ใช้แล้ว... ขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง
    ติดเพื่อนสิริรวม 500 ค้างตังกรุ๊ปอีก 3000 ไหนจะของใช้ที่จำเป็นที่ยังไม่ได้ซื้่ออีกเยอะแยะ

    แต่ถ้านึกอีกที มันก็เป็นเพราะเราเองเหมือนกัน ที่ฉลาดใช้
    ต้นสัปดาห์ กระเป๋าหนัก ใจใหญ่เหลือเกิน จ่ายนู่นจ่ายนี่ไม่มียั้งคิด
    ตอนนี้ก็เลยงานเข้าอย่างมาก จะหยิบยืมใครอีกก็ไม่อยากทำ เพราะยิ่งยืมมันก็ยิ่งบานปลาย

    แต่ก็อีกนั่นแหละ จะให้ลดการใช้ มันก็ยากอยู่ เพราะเงินสัปดาห์ที่ได้ จะเรียกว่ามากมันก็ไม่ใช่
    แต่มันก็ไม่น้อยหรอก ถ้าเอามาใช้เฉพาะ "กิน" อย่างเดียว..... อย่างเดียวจริงๆนะ

    ชีวิตมนุษย์มันดำรงอยู่ได้ด้วยการกินอย่างเดียวซะที่ไหนกันล่ะ เฮ้อ..


    *************************************


    สี่ห้าวันมานี้รู้สึกตัวเองเอาเวลามาขว้างทิ้งหน้าจอ
    คือจริงๆแล้วทุกครั้ง แม้ว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตรงนี้นี่แหละ แต่มันก็ไม่ได้สูญเปล่า
    อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้อะไรมากมายอย่างที่คิดไว้

    แต่สี่ห้าวันก่อน เพื่อนในหอคนนึง (ขอไม่บอกก็แล้วกันว่ามันคือไอ้ยุทธ) มันเอา Proxy มาให้ใช้ แล้ว Proxy ของมัน เล่น bittorrent ได้
    จุดประสงค์ของมันคือ ให้ผมช่วย bit หนังชุดเรื่องนึง (ขอไม่บอกก็แล้วกันว่าเป็นเรื่องจูมง) แล้วเผาลง DVD ให้มันด้วย
    ไอ้ผมที่มันกระหายการเล่น bit มายาวนาน พอเจอเหยื่อ ก็ตะครุบเอาไว้แน่นเชียว
    สิริรวมระยะเวลาที่ผ่านไปประมาณร้อยกว่าชั่วโมง ผมได้หนังมา 9 เรื่อง Live 2 ชุด โปรแกรมอีกสามโปรแกรม
    เสียตังค่ากระเป๋าใส่แผ่นไป 120 ค่าแผ่น DVD เปล่าอีก 500

    ในเว็บ bit ที่สมัครไป ยังมีรายการที่ผม bookmark อีก 7-8 รายการ
    ปัญหาคือ ทำยังไงผมจะดูหนังพวกนี้หมดวะเนี่ย ........


    *************************************


    อา เอนทรีนี้ยาวพอสมควรแล้ว
    แล้วก็ได้เวลาที่เหมาะแก่การ.....นอน....แล้ว
    รึจะไม่นอนดี?



    ลป. ผมลงทะเบียน gened วิชา useful plants (หมวดวิทย์) กับ human relation (หมวดสังคม / sect พฤหัสฯบ่าย)
           ใครที่ลงเรียนเหมือนผมก็บอกกันหน่อยเน้อ จะได้หาคนนั่งด้วย ...





    เชลลิ่งบริการ รับเผางานลงแผ่น CD,DVD / มีแผ่น DVD เปล่าจำหน่าย / บริการลง Windows พร้อมโปรแกรมสำคัญ
    ราคาย่อมเยา สนใจติดต่อได้ทาง MSN หรือเดินมาหาที่จำปี 417 เลยครับ ^ ^
    (พื้นที่โฆษณา)

    ทริปกรุ๊ปเอส ครั้งที่ 91


    หมายเหตุ :
    *เอนทรีสาดรูป+ยาวนรก ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วต่ำกว่า 512 กิโลบิตต่อวินาที โปรดเดินออกไปหาซื้อของกินสักพัก อาบน้ำล้างตัวสักหน่อย แล้วก็นอนสักตื่น ค่อยกลับมาอ่าน (ถ้ามันนานขนาดนั้นก็อย่าไปอ่านมันเลยเถอะ = =")
    *รูปไม่ค่อยชัด เนื่องจากเจ้าของบล็อกมีอาการมึนเมาเล็กน้อยถึงปานกลาง แม้จะพยายามบันทึกความทรงจำเหล่านี้ไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ขออภัยในความผิดพลาดครับผม
    *ข้อความประกอบภาพเป็นจินตนาการของเจ้าของสเปซ อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลในภาพ
    หากข้อความใดไม่เหมาะสมหรือล่วงเกินผู้ที่อยู่ในภาพ ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ แต่จะไม่มีการแก้ไขข้อความใดๆทั้งสิ้น (อ้าว.....)






    เมื่อหนึ่งปีก่อน กรุ๊ปเอส ได้จัดทริปทัวร์ครั้งที่ 90 ขึ้น ณ เรือนไอยรา หาดชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นเวลาสองวันสองคืน ดังที่พวกเราทราบกันดี
    และแล้วในที่สุด กาลเวลาก็ไหลย้อนกลับมายังจุดเดิมอีกครั้ง (พูดแล้วนึกถึงขนมปังยี่ห้อนึงที่ไม่ได้มีไว้กินแฮะ เอิ๊ก)
    หนึ่งปีผ่านไป กรุ๊ปเอส ก็ได้จัดทริปทัวร์ครั้งที่ 91 ขึ้น ณ เรือนไอยรา หาดชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นเวลาสองวันสองคืน เช่นเดิม
    นอกจากเป็นจุดเวลาเดิมแล้ว สถานที่ก็ยังเป็นที่เดิมอีกด้วย ^ ^"
    (ขอโทษจริงๆครับพี่ๆ ถ้าเป็นชะอำ ที่นี่ดูดีที่สุดแล้วล่ะ หรือจริงๆแล้วมันเป็นความเคยชินมากกว่าวะ 555)

    ปีที่แล้ว ผมไปในสถาานะ "ผู้ถูกกระทำ"
    ปีนี้ ผมได้เลื่อนขั้น มาเป็นสถานะ "ผู้กระทำ" บ้าง (ฮ่าฮ่าฮ่า~)


    ทริปกรุ๊ปเอสครั้งที่ 91 ค่อนข้างขลุกขลักพอสมควร ตั้งแต่เรื่องนั้น จนถึงเรื่องนี้ และเรื่องอื่นๆ ซึ่งขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะไม่รู้จะพูดอีกทำไม
    (จริงๆแล้วเจ้าของสเปซก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีปัญหาอะไรบ้าง ฮา~)
    ในที่สุด เราก็ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงมาได้ และได้ฤกษ์ออกเดินทางในวันที่ 31 สิงหาคม 2550 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา 9 นาที 31.472 วินาที (นี่ขนาดประมาณนะเนี่ย)
    ด้วยรถพัดลมโดยสารขนาด 40 ที่นั่ง+20 ที่ยืน จำนวน 2 คัน นำพาผู้โดยสารเกือบร้อยชีวิตไปยังที่หมาย ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาตลอดเส้นทาง
    แน่นอนว่าเหมือนเดิม บททดสอบแรกของปีหนึ่งก็เกิดขึ้นบนรถทันที แต่ดูเหมือนว่าผู้ทดสอบ (บรรดา junior ทั้งหลาย) จะโดนพิษของแบบทดสอบซะเอง
    เพราะเมื่อถึงที่หมายเรือนไอยราตอนตี 2 ก็มีการหิ้วปีกลงมาจากรถหลายรายเลยทีเดียว


    พล : พี่ว่าผมกับพี่ใครหล่อกว่ากัน
    พี่ไมเคิล : เรื่องหล่อไม่หล่อกูไม่รู้ กูรู้แต่ว่าหัวกูใหญ่เว่ย...
    พล : เฮ้ยพี่ เรื่องแบบนี้เอามาพูดในที่สาธารณะได้ยังไง
    พี่ไมเคิล : เชี่ย กูหมายถึงหัวเข่าเฟร้ย
    พล : อ่อ...



    เนตร : (คิดในใจ) เซ็งว่ะ วันจันทร์ควิซสแตติก ยังไม่ได้อ่านเลย...
    (ระหว่างนั้น ผมก็เดินผ่านมา)
    เนตร : ไอ้พีนัท อย่าลืมนะเว่ย แกยังค้างตังกรุ๊ปอีก 3000 ...


    มันตามมาทวงถึงในสเปซกูเลยเรอะเนี่ย = =";;


    หลังจากส่งน้องๆขึ้นไปนอนเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้เวลาที่พวกเราจะตั้งวงกันจริงๆสักที


    นัตโต้ : ฮี่--- ถึงจะเมา แต่เราก็ยังยิ้มได้...


    ป๊า~ ถ้าไม่ส่งตังค์มา แล้วหนูจะอยู่ยังไง~~~~~~~~



    พวกเราปีสอง กับพี่ๆปีสามปีสี่ ก็ร้องเล่นดนตรีกันไป กินเหล้าไป สนุกสนานเฮฮา
    แต่วงของเรายังเล็กไป จึงมีการเชิญชวนน้องๆเฟรชชี่ให้ลงมาแจมด้วยกัน
    ปรากฏว่าศึกยังไม่ทันสงบ ศพทหารก็เกลื่อนพื้น...

    (ขออภัย ภาพไม่ชัดอย่างแรง - แบบว่าโง่อะ ถ่ายตรงไฟนีออน ^ ^)

    น้องคูณ : ผมชื่อคูณครับ บ้านอยู่ลาดปลาเค้า
    พี่ๆ : เฮ้ย น้อง พี่ว่าเมาแล้ว ไปนอนเหอะ
    น้องคูณ : ม่ายครับพี่ โผมยางม่ายมาว... โฮกกกกกกก~~~~~~
    พี่ๆ : เฮ้ยๆๆๆๆๆๆ งานเข้าแล้ว - -"


    สุดท้าย การแบกไอ้นี่เข้านอนต้องใช้แรงงานมนุษย์ 6 คน.....


    พี่ชุน : เวรจริง ตัวมันหนักชิบหาย เล่นซะเหนื่อยเลย =3="


    เวลาผ่านไป ฟ้าเริ่มสาง หลายคนก็ทยอยกันขึ้นไปนอน
    ยกเว้นคนนี้


    เอ : หึๆๆ สะใจโว้ย มอมเหล้าพี่ได้ตั้งสามคน นั่งเล่นกีต้าร์รอพระอาทิตย์ขึ้นดีกว่า~


    หมาตัวนี้มันน่ารักจริงๆ ให้ตายเหอะ ถ้าตัวเล็กๆหน่อยนี่ จะอุ้มกลับบ้านเลย


    ประมาณหกโมงครึ่ง ข้าพเจ้าก็ถูกคนข้างบนนั่นลากไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมด้วยพี่เฟิร์สอีกคนหนึ่ง
    แต่ปรากฏว่า สิ่งที่พวกเราเห็น เป็นเพียงพระอาทิตย์ที่ถูกเมฆบดบังเท่านั้น.....



    เฮ้อ~ เมฆเต็มฟ้าเลย เซ็งเป็ด...
    (พี่เป็ด : ล..ล..แล้วมันมาเซ็งอะไรกรูนักหนาวะ)



    ด้วยความเซ็ง ผมก็เลยขึ้นไปนอนมั่ง
    ตื่นมาอีกทีก็เที่ยง อาบน้ำล้างตัวให้พอสดชื่นขึ้นบ้าง หลังจากนั้นก็เดินลงมาที่ห้องอาหาร รอกินข้าวเที่ยง

    มื้อเที่ยงวันนี้เป็นข้าวผัดกุ้ง ซึ่งทำให้พวกเราทุกคนประหลาดใจมากๆ เพราะข้าวผัดกุ้งมื้อนี้ มาเป็นจานๆ ไม่ใช่ถาดใหญ่.....
    นอกจากนั้น ยังมีข่าวลือว่า ข้าวผัดกุ้งมื้อนี้ ราคาจานละ 120 บาท !!


    นัตโต้ : เชดแม่~ จานละ 120 เหรอวะเนี่ย... กุคงต้องกินหางกุ้งด้วยถึงจะคุ้มสินะ

    เค้าว่ากันว่าค่าตัวของจานนี้เท่ากับ 120 บาท... มันแพงขนาดนั้นเลยเรอะ !!

    แต่สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า มันราคาจานละ 50 บาทเท่านั้น
    (ฟู่... อย่างนี้ค่อยกล้าอ้วกออกมาตอนเมาหน่อย ฮา~)


    กินข้าวเที่ยงกันเสร็จสรรพ ก็พักผ่อนตามอัธยาศัยเล็กน้อย น้องๆจึงได้โอกาสออกไปเดินเล่นเลียบชายหาด เสาะหาของฝากกลับไปให้พ่อ-แม่-พี่-น้อง-เพื่อน-แฟน-ฯลฯ
    โดยที่แต่ละคนนั้นไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่อึดใจ ความโหดร้ายทารุณของพี่ๆกำลังรอทุกคนอยู่...


    ยิ้มหน้าระรื่นกันเข้าไปเถิดพวกเฟรชชี่ทั้งหลาย... โฮะๆๆๆๆๆ

    เมื่อน้องๆเริ่มทยอยมาที่ริมหาดเพื่อเตรียมตัวทำกิจกรรมนั้น ได้เกิดเรื่องน่าเศร้าใจขึ้น...
    นั่นคือ การฝังน้องหมาทั้งเป็น !!


    น้องหมา : พวกมนุษย์นี่มันจะสนุกไปถึงไหนเนี่ย...


    น้องหมา : มองหน้าหาเรื่องเหรอวะ คนหมายิ่งเซ็งๆอยู่....


    แล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง... (มีใครรอคอยด้วยเหรอ)
    เวลาของกิจกรรมสุดโหด ที่ไม่สนชีวิตของน้องๆ สนแต่เพียงความสนุกของรุ่นพี่เท่านั้น

    เกมแรกคือ "วิ่งเปี้ยวลูกโป่ง"
    กติกาในตอนแรกนั้น จะแบ่งน้องๆออกเป็นสี่ทีม แล้วก็ให้ภายในทีมจับคู่กัน และเอาลูกโป่งน้ำไว้ตรงกลาง พยายามเดินประคองลูกโป่งอ้อมหลักแล้วกลับมาที่จุดเริ่มต้นของตัวเองให้ได้เร็วที่สุด โดยห้ามจับลูกโป่ง และห้ามให้ลูกโป่งตกพื้น
    ปรากฏว่าพอเล่นกันจริงๆ ก็ทุลักทุเลพอสมควร


    ข้าพเจ้า : ทำไมยิ่งยืนมันยิ่งหายลงไปในดินฟระเนี่ย
    น้องๆ : ธรณีสูบรึเปล่าพี่  ^ ^
    ข้าพเจ้า : ......



    นัตโต้ : พร้อมยัง.......
    องอาจ : ลีดพร้อม สาม สี่ !!



    น้องต๊อป : เฮ้ย เร็วเว้ย อีกทีมมันเป็นผู้หญิง เราต้องเอาชนะให้ได้
    น้องอิฐ : โห มึงนี่ โคตรจะเจนท์เลยว่ะ ไม่อินดี้เลยแสรด~~~



    น้องน้ำว้า : แอร๊ยยยยยย........ จาหล่นแย้ววววววว~~~~~~~~
    น้องฝ้าย : แก ไม่กรี๊ดได้มะ หนวกหู...



    น้องคูณ : เร็วเข้าครับเพื่อน อีกนิดเดียว ฮึบบบ....
    น้องกิ้ม : เอ่อ..อย่ารัดผมแน่นเกินไปสิครับ...หายใจไม่ค่อยออกเลย...
    น้องอิฐ : โชคดีเว้ยกิ้ม~~~
    น้องเปอร์ : กิ้ม ถ้านายรอดมาถึงเส้นชัย เราจะพานายไปออกจับเข่าคุย
    น้องกิ้ม : (ทำตาปรือๆมีน้ำตาเอ่อเบ้า) อา...ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนสำหรับกำลังใจที่มีให้ครับ เพื่อทีมของเรา ผมจะทำให้ดีที่สุด !!
    น้องต๊อป : ฮาย-ฮิต-เลอร์ !!


    ว่าแต่ ทำไมมันใส่เสื้อ ร.ด. กันตั้งหลายคนเลยเนี่ย..... เกลียดเครื่องแบบนี้อ้ะ ๐( "> <)๐ ~~~

    เล่นไปได้ไม่เท่าไร ก็รู้ได้ว่ามันไม่เวิร์ค เลยเปลี่ยนกติกามันตรงนั้นเลย
    เปลี่ยนไปเป็นวิ้งเปี้ยวแบบเดิม แค่เปลี่ยนอุปกรณ์จากผ้าเป็นลูกโป่งน้ำเท่านั้น
    ผลคือ สะใจรุ่นพี่มากๆ 555 (โดยเฉพาะตัวที่มันยืนเป็นหลักนี่แหละ โฮะๆๆ)
    (ขออภัย พาร์ตนี้ไม่มีรูป ลืมฝากให้คนถ่ายให้)

    เกมต่อมา "กระดึ๊บๆ"
    กติกาง่ายๆ แค่ให้แต่ละทีมนั่งต่อๆกัน แล้วค่อยๆเคลื่อนที่ไปให้ถึงเส้นชัย โดยไม่ให้ขาโดนพื้น นอกจากหัวขบวน
    แต่ความยากมันอยู่ที่ว่า เท้าของคนหลังอาจจะกระแทกกับ... นิดหน่อยเท่านั้นเอง ฮา~
    (ข้าพเจ้าเป็นผู้สาธิต ข้าพเจ้ารู้ดี... อูย พูดแล้วก็ยังเจ็บไม่หาย = =")
    (ไม่มีรูปอีกแล้ว เหตุผลเหมือนข้างบน)

    หลังจากนั้นฝนก็เริ่มเทลงมาเรื่อยๆ น้ำก็เริ่มขึ้นแล้วด้วย เกมจึงพักกันไว้แค่นี้ก่อน
    แต่หลายคนก็เลือกที่จะอยู่แช่น้ำต่อ ทีแรกก็ว่าจะเตะบอลกันกลางทะเล
    ทำไปทำมา มันกลายเป็นลิงชิงบอลไปซะได้ แถมวงค่อนข้างใหญ่ด้วย จึงมีลิงถึงสี่ตัว
    ผมเองก็ได้เป็นลิงอยู่หลายตาเหมือนกัน แถมกินน้ำไปหลายอึกเลยทีเดียว (เค็มชะมัด!!)


    เล่นกันได้ที่ ทุกคนจึงกลับเข้าสู่บ้านพักเพื่อไปล้างตัว เตรียมเล่นเกมต่อไป


    แม่สาวเสื้อแดงที่สยายผมอยู่กลางสายน้ำนั้น.....

    เธอคือ.......

    เอิ่มมมมม........


    พี่เป็ด : พ..พี่จะสาธิตการใส่เสื้อคอกลมหลังเล่นน้ำที่ถูกวิธีนะครับน้องๆ

    พี่เป็ด : ม..มันต้องใส่อย่างนี้นะ.....
    พี่ไมเคิล : .....พี่เป็ดมันเป็นบ้าไปแล้วครับน้อง อย่าไปสนใจมันเลย



    พักกันพอหายเหนื่อยจากการเล่นน้ำ ก็กลับเข้าสู่บรรยากาศของเกมอีกครั้ง
    น่าเสียดายที่น้องๆหลายคนเลือกที่จะอาบน้ำแล้วหายหัวไปไหนไม่รู้ ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมใน "กีฬาประเพณีของกรุ๊ปเอส" (ซึ่งจัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่สอง กร๊าก~)
    และนี่คือ กีฬา "โยนลูกโป่ง....." (กรุณาอ่านติดเอ็กโค่ เพื่อเพิ่มอรรถรส)


    อุปกรณ์ที่จะใช้ในการแข่งขัน

    กติกา - แบ่งน้องเป็นสองทีม แล้วเอาตัวแทนออกมาทีมละสองคน แต่ละทีมจะมีผ้าประจำทีมเพื่อใช้ในการรับและโจมตีลูกโป่งน้ำให้ตกลงในเขตแดนของอีกฝ่าย ซึ่งมีขนาด 5 คูณ 5 ก้าวพี่องอาจ
    และจะมีสมาชิกที่เหลือของทั้งสองทีมมายืนเป็นเน็ตกั้นเขตแดน


    น้องต๊อป : เฮ้ย ถ้าบอลมา สะกิดด่วนเลยนะ จะได้หลบ เสียวหัวว่ะ = =


    โย่ว~

    พูดตามตรง ปีนี้เกมลูกโป่งน้ำสนุกสู้ปีที่แล้วไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี เกมวันนี้คงไม่สนุก ถ้าไม่มี......


    น้องน้ำว้า : แอร๊ยยยยยยยยยยยย~~~~~~~~~~~~~~~~~ ทำไมไม่ไปวะเนี่ยยยยยย


    น้องน้ำว้า : แอร๊ยยยยยยยยยยยย~~~~~~~~~~~~~~~~~ ทำไมรับไม่ได้วะเนี่ยยยยย

    กรี๊ดได้สะใจมากเลยน้อง ขนาดยังไม่เมานะเนี่ย (รึเมาค้างจากเมื่อวานวะ ฮา~)

    แต่สุดท้าย พลังกรี๊ด(แปลกๆ)ก็ทำให้ทีมของเธอชนะไปได้หวุดหวิด เข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมของพี่ปีสาม (นำโดยพี่ปิงและพี่บู้)
    และก็เอาชนะทีมพี่ปีสามไปได้ในที่สุด (เพราะพี่สองคนนั้นเล่นไม่เป็นซะหน่อย ฮา~)
    (ไม่มีรูป เพราะโดนจับไปเป็นเน็ตซะงั้น = =)


    หลังจากกิจกรรมเกมจบลง ก็เป็นช่วงไปรเวท อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าว ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีบายศรี
    (ขออนุญาตไม่อธิบายขั้นตอน เพราะปีนี้ไม่ได้ออกไปดู และจำไม่ได้ว่าปีที่แล้วทำยังไงมั่ง = =)


    พล : เมื่อยชิบหายเลย เล่นไปแปดรอบ นิ้วแตกด้วย ว่าแต่ B#maj7 มันไม่มีนี่หว่า สาด คอร์ดโคตรมั่วเลย -*-";;


    ให้ทุกทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้.......ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้.........นั้นยังมีรักอยู่~~~~~


    น้องคูณ : ทำไมฟ้าแลบบ่อยจังเลยครับ ปิดตาอย่างนี้มองอะไรไม่เห็นเลยอะครับพี่ๆ มันทำให้ผมกลัวนะ

    หลังการผูกข้อมือบายศรี ก็มีแอบเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้น้องบิ๊กเอ็ม เนื่องในโอกาสวันเกิด (เกิดได้แม่นจริงๆเลยให้ตายสิ)
    จึงมีการมอบขนมเค้กรสหม้อแกงเมืองเพชรบุรีให้ (ไม่รู้ว่ามันซึ้งรึขำแฮะ เอิ๊ก~)

    เสร็จสิ้นพิธีบายศรี ก็เป็นช่วงเวลานั้นอีกครั้ง แถมคืนนี้มีพิเศษหน่อย เพราะมีปาร์ตี้บาร์บีคิวกัน
    แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ กว่าจะได้กินกันก็ปาไปตีสองกว่าๆเกือบตีสาม เพราะมัวแต่จุดเตาถ่าน = ="


    มัวแต่จุดไอ้นี่อยู่นานนม เล่นเอาเหงื่อท่วมเลยกว่าจะได้กิน

    แต่สุดท้ายก็ได้กินกัน กุ้งตัวโตๆ ปลาหมึกนุ่มนอกกรอบใน หอยแมลงภู่หอมหวาน..... โอย พูดแล้วหิวโว้ย
    เออใช่ เกือบลืม ขอบคุณปาล์มเด้งและนุ่นๆสำหรับการหั่นและหมักไก่/หมูด้วยคร้าบ อร่อยจริงๆ (เค้าว่ากันว่ายังงี้น่ะนะ)
    (ไม่มีรูป เพราะต้องมีหน้าที่กินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอิ๊ก~)


    ถึงแม้ว่าจะซื้อมามากเท่าไร แต่อาหารก็หมดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยคุ้มค่าเวลาที่ใช้จุดสักเท่าไรเลย...
    แต่ถึงแม้ของคาวจะหมด เราก็ยังเหลือของหวานอยู่... หวานกันจนเป็นแป้งไปทั้งกรุ๊ปเลย
    (ไม่มีรูป เพราะข้าพเจ้าก็หวานกับเค้าเหมือนกัน ฮา~)


    วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุด พระอาทิตย์ของเช้าวันอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นเหนือของฟ้าด้านทิศตะวันออก
    เหล่ามนุษย์แป้งทั้งหลาย ทั้งที่เต็มใจอยากเป็นแป้งเอง และถูกรุ่นพี่บางคนบังคับให้เป็นแป้ง ก็ทยอยกันขึ้นนอน คงเหลืออยู่เก็บซากอารยธรรมไม่กี่คน
    แล้วก็เหมือนเมื่อวาน ผมถูกเพื่อนเอลากลงไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น แต่ก็ดูเหมือนจะสายเกินไปนิดนึง พระอาทิตย์เกือบจะโผล่พ้นขอบฟ้าหมดแล้ว
    แต่ผมว่าแสงแบบนี้สวยดีนะ


    อา... แสงสวยจริงๆเลยแฮะ


    พี่พีท : ใช่ๆ พี่เห็นด้วย อะโชะ~~~


    ไอ้ไส้กรอกอีกแล้วครับ ^ ^ (เบลอไป(ไม่)หน่อย ขออภัยครับ ตอนถ่ายง่วงแล้ว)


    ถึงตรงนี้ เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงแล้วแหละ แต่ก็ไม่ไหวจริงๆ ผมจึงย้ายตัวเองขึ้นไปวางบนเตียงนอนสักอึดใจหนึ่ง
    ตื่นมาอีกทีก็สิบเอ็ดโมงเช้าพอดี อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ


    ฝน : เฮ้ย ยังไม่ได้แอ๊บท่าเลย......
    ข้าพเจ้า : โอ๊ย ไม่ต้องแอ๊บหรอก แอ๊บไปก็ไม่แตกต่างจากไม่แอ๊บ
    ฝน : ......
    (แอ้ก !! เสียงแรงหลายร้อยนิวตันปะทะกับหลังของข้าพเจ้า _ SS_ )



    ลืมไปและ มันเต้นเพลงอะไรกันหว่า = =a


    และแล้ว ทริปกรุ๊ปเอสครั้งที่ 91 ก็จบลง ทุกคนเดินทางกลับถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสวัสดิภาพ
    พบกันใหม่ปีหน้า ทริปกรุ๊ปเอสครั้งที่ 92 ครับผม~~~



    Simply the best

     
    ความสุขเล็กๆน้อยในการได้นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์
    นั่นคือ การติดตามการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ที่มันดูหยุดนิ่งนี่แหละ

    ผมเชื่อว่า ประชากรชาวไซเบอร์ไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดสิบ ต่างพึงปรารถนาให้ใครก็ตามที่หลงเข้ามาถึงบ้านของเขา
    พูดคุย ทักทายปราศรัย หรือแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่เขาได้เขียนเอาไว้ในนั้น
    เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการต่อเติมบ้านนั้นต่อไป ว่าอย่างน้อย บ้านของเขาก็ยังมีคนเห็นคุณค่า และให้ความสนใจอยู่

    เมื่อก่อน เวลาที่เล่น MSN มีบ่อยครั้งที่เพื่อนฝูงจะหอบลิ้งค์มาแปะ สั้นบ้างยาวบ้างตามแต่ละคน
    แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ "เม้นหน่อยนะ"

    เม้น -'าอะไรฟระ... ผมคิดในใจ (แต่บางครั้งก็พิมพ์ตอบไปบ้าง แล้วแต่อารมณ์นำพา)

     
    เมื่อผมลองคลิกลิ้งค์ที่เพื่อนอุตส่าห์หอบมาแปะให้เม้น
    โปรแกรม Internet Explorer (สามสี่ปีก่อนยังไม่มีหมาไฟให้เชยชมนะเออ) ก็พาผมไปยังเว็บเพจหน้าตาประหลาดๆ สีสันยังกะลูกกวาด
    ที่ถูกแต่งเติมโดยเจ้าคนที่โยนลิ้งค์มาให้นั่นแหละ

    และสิ่งที่ตามมาทันทีก็คือ เครื่องผมอืด....

     

    ด้วยทรัพยากรเงินที่ไม่ได้มีมากพอ สำหรับการใช้จ่ายเพื่อแต่งเติมประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ (อีกนัยนึง เมื่อก่อนฮาร์ดแวร์แพงสาดดดด.......)
    ผมจึงต้องจำยอมให้เจ้าพีซีของผม แบกรับภาระหนักๆทุกครั้งที่เพื่อนโยนลิ้งค์มาให้เม้น
    เพราะผมจัดได้ว่าเป็นคนที่ชอบอ่านเอามากๆ (ยกเว้นแต่หนังสือเรียน ฮา~)
    โดยเฉพาะเรื่องไร้สาระและเรื่องของชาวบ้าน ยิ่งชอบ....
    อีกทั้งมันก็เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีอันดีเอาไว้ด้วย การเม้นไดอารี่ชาวบ้านนี่ถือว่าเป็นการซื้อใจที่ดีมากเลยนะ
    มัน
    ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเราเอาใจใส่เขา ไม่ใช่แค่อยากรู้จักแต่เพียงผิวเผิน....

    แต่ยังไงก็ตาม เครื่องอืดนี่ก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผมอยู่ดี...

    ผมเคยเขียนบทความหนึ่งในบล็อกของผมที่ Bloggang.com เป็นบทความเกี่ยวกับการประหยัดทรัพยากรและรัดเข็มขัดบล็อกตัวเอง
    เนื่องจากช่วงนั้นเว็บ Bloggang.com ซึ่งเป็นเว็บลูกของ Pantip.com เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานนัก จึงมีปัญหาเรื่องระบบค่อนข้างมาก
    อีกทั้งยังมีปัญหาส่วนตัว คือเรื่องของสเปคเครื่อง ที่แรงแสนจะแรงสำหรับคอมพิวเตอร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์
    แต่เป็นได้แค่เรือเกลือ ในยุคที่ข้อมูลดิจิตอลวิ่งทางเส้นทองแดงได้วินาทีละล้านกว่าบิต และหน่วยความจำมีขนาดมากกว่าฮาร์ดดิสก์ก้อนแรกๆ ของโลก

    ในตอนหนึ่งของบทความนั้น ผมกล่าวถึงหัวข้อ "แต่งบล็อกแต่พองาม"
    (ยกมาเลยแล้วกัน ขี้เกียจพรรณา)


    แต่งบล็อกแต่พองาม
    บางบล็อกที่เข้าไปเยี่ยมชมนั้น ผมไม่คิดว่าท่านจะมีความสามารถทำให้บล็อกเละได้ขนาดนั้น
    บางบล็อกถึงกับทำเครื่องกระตุกเลย (ผมใช้ P4 1.8 GHz RAM 256* แต่มีแผนจะเพิ่มการ์ดแรมเร็วๆนี้)
    ไม่ต้องตกแต่งอะไรมากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะสคริปต์น่ะครับ ทำลายทั้งทรัพยากรของ Server และ Client เองด้วย

    * บทความนี้ผมเขียนเมื่อเดือนกันยายน 2548 ตอนนี้ผมมี RAM 1024MB แล้วครับ ^ ^

    บทความนี้ผมละเลงเอาความในใจที่มีต่อแนวคิดการตกแต่งบล็อกของสมาชิก Bloggang มาตีแผ่แบบกระชับได้ใจความ
    แต่ ก็ไม่ได้หวังผลอะไรมากมายหรอก เพราะในตอนนั้นผมก็เป็นแค่เด็กมัธยมธรรมดาๆคนนึง (ถึงจะเป็นในตอนนี้ก็เถอะ ผมก็เป็นแค่เด็กมหาลัยธรรมดาๆคนนึงอยู่ดี = =)
    แต่อย่างน้อย ก็ยังมีคนที่เอาผมเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์บล็อกตัวเอง ให้ผมพอชื่นใจอยู่เหมือนกัน


    ที่เกริ่นมานี้ ก็ไม่มีอะไรมากครับ
    แค่อยากลองให้ผู้อ่านทุกท่านหันกลับไปมองหน้าบ้านตัวเองดู ว่ามันรกแล้วก็เละเกินไปรึเปล่า

    วิธีเช็กง่ายๆว่า หน้าบ้านของท่าน รกและเละซะแล้ว :
    เมื่อท่านเปิดหน้าบล็อกของท่านขึ้นมา และโหลดหน้านั้นเรียบร้อยแล้ว
    ให้เรียกโปรแกรม Task Manager ขึ้นมา โดยการกดแป้น Ctrl+Alt+Del
    หลังจากนั้น คลิกที่แท็บ Performance แล้วดูที่กราฟ CPU Usage
    ถ้ามันรักษาระดับมากกว่า 90% ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นั่นแปลว่า บล็อกของท่านอยู่ในสภาวะ "รกและเละสุดๆ" แล้วล่ะ
    จริงๆ แล้วถ้าขึ้นไปถึง 70% ก็เรียกว่าไม่ค่อยดีแล้ว เพราะนั่นหมายถึง หน่วยประมวลผลของท่าน ต้องทุ่มเทขุมกำลังที่มีเกือบทั้งหมด ไปใช้ในการโพรเซสหน้าเว็บของท่าน
    ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรหรอก แค่โปรแกรมอื่นๆที่ท่านใช้งานอยู่ อาจจะหยุดชะงัก และเกิด Error ขึ้นมาให้ท่านตกใจเล่นๆ
    และงานทั้งหมดที่ทำอยู่ก็อาจจะหายสาบสูญไปด้วย แค่นั้นเอง ^ ^


    เพราะฉะนั้น

    "Simply the best" ครับพี่น้อง!

    ด้วยความปรารถนาดี

    To be continued...



    ลป. เอนทรีนี้คงจะเข้าทำเนียบดองนานที่สุดตั้งแต่ที่เขียนมา
           (ทำเป็น Draft ไว้ตั้งแต่ 2 สิงหาคมนู่น กะจะเขียนต่อหลายทีแล้ว แต่ก็ขี้เกียจ = =")

    ลป2. ก่อนจะกด publish เอนทรีนี้ ได้ไปดูคะแนนมิดเทอมวิชาดิจิตอลของตัวเองมา
             ก็ได้ 81 คะแนน เต็ม 120 น่ะนะ
             แต่ทำไมเพื่อนๆผมแต่ละคนตื่นเต้นกันยังกับว่าผมได้เต็มยังงั้นแหละ ...

    ลป3. มีความรู้สึกว่า เอนทรีนี้มันปาหมอนยังไงชอบกล ^ ^a

    Released after test


    ก่อนอื่นเลย ขอหนึ่งคำ...

    สอบเสร็จแล้วโว้ย~~~~~~~

    /me นั่งหอบหลังตะโกน แฮ่กๆๆๆ...


    จริงๆก็สอบเสร็จตั้งแต่วันพุธแล้วล่ะ
    แต่รีบเขียนไปก็ไม่มีประโยชน์ และอาจโดนข้อหาน่าหมั่นไส้มาอีกกระทง ฮา~
    ผ่านมาแล้ว ก็เลยย้อนความกันสักหน่อย
    (จริงๆมันไม่ใช่เรื่องที่น่านึกถึงเลยสักนิด ..)


    Midterm test summary :

    3404117 INTRO TO LAW
    วิชาแรก สอบไปตั้งแต่พุธนู้น~~~ (18 ก.ค.) วิชานี้ไม่มีอะไรมาก แค่เขียนๆๆๆ แล้วก็เขียน.....
    ได้กระดาษคำตอบมาเล่มนึง ใช้ไปแค่สามหน้า แล้วมันก็หวังจะ Get A ..... คงได้นะ

    2103213 ENG MECHANIC
    นรกสำหรับการสอบครั้งนี้ อ่านจบก่อนสอบสองชั่วโมง
    มีข้อสอบสี่ข้อใหญ่ๆ ดูแล้วก็ไม่เรียกว่ายาก แต่รายละเอียดมันเยอะ
    แล้วก็มีเวลาแค่สองชั่วโมง เลยทำเสร็จไปทั้งสิ้น 1 ข้อถ้วน = =";;
    อ๊ะ นึกอีกที ไม่ถ้วนแฮะ เพราะเขียน Free Body ของสามข้อที่เหลือได้..... แต่จะถูกมั้ย นั่นอีกเรื่อง
    ครึ่งเทอมหลัง เป็นพาร์ต Dynamic แล้ว... น่าจะ..... เอ้อ ง่ายกว่ามั้ง ^ ^"
    (พยายามให้กำลังใจตัวเองสุดฤทธิ์ ฮา~)

    2302107 CALCULUS 3
    เป็นอีกตัวที่ค่อนข้างน่าหนักใจ เพราะสูตรเยอะบรม.....
    สารพัดรูปทรง : Sphere, Cylinder, Cone, Ellipsoid, Elliptic Paraboloid, Elliptic Cone, 1-Piece/2-Pieces Hyperboloid, Hyperbolic Paraboloid .....
    สารพัดกราฟเชิงมุม : Circle, Spiral {Archimedes/Parabolic/Logarithmic/Lituus/Hyperbolic}, Limaçon {Inner Loop/Cardioid/Dimpled/Convex}, Lemniscate, Rose Curves ......
    สารพัดอนุพันธ์ : Partial Derivative, Chain Rule, Implicit, Total Differential .....
    ...... แม่เจ้า = =";;;; ........
    แล้วก็ตามที่คาด ทำไม่ทัน TwT.....

    2102282 DIGITAL ETRON
    ค่อยยังชั่วที่มีวิชานี้พอให้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง
    มันก็ไม่ใช่ว่าง่ายหรอก แต่ทำได้เรื่อยๆ และไม่มีเซ็งกับข้อสอบ
    คิดว่าตัวนี้แหละที่พอจะเอาเกรดเราขึ้นมามากกว่านี้หน่อย (ฮา~)
    นอกซะจากว่า......



    ความจริงยังเหลืออีกหนึ่งตัว คือ 2204180 CIVILIZATION แต่ เอาไว้ก่อน เพราะสอบวันเสาร์หน้า (4 ส.ค.)
    ที่สำคัญคือ สอบห้องไหนยังไม่รู้เลย = ="
    และ เค้าจะเอาอะไรมาให้สอบ ก็ไม่รู้เช่นกัน = =";;;
    แบบว่าไม่ได้เข้าเรียนวิชานี้เลยอะ เข้าไปแค่ครั้งเดียว แล้วก็หาย.....
    จะเอา F Gen.Ed. รึไงวะเนี่ย TwT"~

    แค่นี้แหละ ไม่รู้จะเขียนอะไร
    ยุงกัด ง่วง แล้วก็ต้องกลับบ้าน = =
    อยากไปเที่ยวกับเพื่อนมั่งก็ไม่ได้ TwT

    เวียนวน

     
    เคยทำผิดซ้ำซากกันมั้ย ?
     
    รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ แต่ก็ยังจะดื้อด้านทำมันอยู่นั่นแหละ
     
    ใช่แล้ว, ความขี้เกียจนี่แหละ ที่มันเคยพยายามฆ่าเราให้ตายไปแล้วครั้งนึง
    และตอนนี้ มันกลับมาอีกครั้ง พร้อมความน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่มีครั้งที่สองที่เราจะรอดตายได้อีก
     
     
     
    เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า
    หลังจากปิ๊กบ้านไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พอกลับมาที่หอ มันก็รู้สึกเหนื่อยและอยากพักล่ะนะ
    แต่คนมันเคยชินน่ะ พอขาดไปสองสามวัน ก็เลยโหมกระหน่ำเล่นซะหนักเลย เน็ตเนี่ย
    ทั้งที่จริงๆแล้วมันก็เหมือนเดิมทุกวัน ไม่รู้จะอะไรนักหนาเหมือนกัน
     
    ทีนี้ปัญหามันมาเกิดตอนจะไปเรียนนั่นแหละครับพี่น้อง
    นอนซะตี 5 กว่าๆ ก็หลับยาวสิ กว่าจะตื่นก็เที่ยง เลิกเรียนพอดี
    พอไม่ได้ไปเรียน ก็เสียเซลฟ์ บ่นกับตัวเองพอเป็นพิธี
    แล้วก็มานั่งเล่นคอมต่อ.....
     
    เมื่อคืนบอลไทยแพ้ออสเตรเลีย 0-4 ตกรอบแบบน่าสงสาร มีประเด็นให้พูดคุยเยอะ
    ก็ไปนั่งเฝ้าที่ห้องศุภชลาศัย พันทิป อยู่ซะค่อนคืน กว่าจะได้นอนก็เกือบๆหกโมงเช้า
    แล้วก็เหมือนเดิม ตื่นมาเกือบเที่ยง แต่ยังตื่นไม่เต็มตา เลยนอนลงไปต่อ
    ทีนี้พอตื่นขึ้นมาอีกที ก็กลายเป็นว่าเย็นสนิท 5 โมงกว่าๆ ไม่ต้องได้เรียนกันล่ะทีนี้
    ที่สำคัญคือวันนี้มีกำหนดส่งงานวิชา Digital ด้วย อุตส่าห์นั่งทำล่วงหน้า เสร็จไปแล้วตั้งหลายวัน แต่ก็ไม่ได้ไปส่งตามเวลา
    บอกตรงๆว่า เริ่มเซ็งตัวเองแล้ว....
     
     
     
    วันพรุ่งนี้สอบ Intro to law แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีความรู้อะไรทั้งสิ้น
    ยังมีอีกวิชาที่ตั้งแต่เปิดเทอมมา เข้าไปนั่งงงแค่ครั้งเดียว คือ Civilization ตัวนี้เราไม่รู้แม้กระทั่งเนื้อหารายวิชาและเงื่อนไขต่างๆ
    ก็เลยสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ถ้าเกิดว่าถึงวันสอบ จะรู้เรื่องอะไรกับเค้ามั้ย
     
     
     
    ตอนนี้ เกลียดตัวเองเหลือเกิน...
     
     

     
     
    เกือบลืมแน่ะ
    เฉลยปัญหา Einstein จากครั้งที่แล้วครับ
     
     
    สรุป ลึกๆคือ ทุกคนชอบความท้าทาย
    ร้อยละ 98 อยากเป็นคนใน 2 เปอร์เซนต์
    แต่ 2 เปอร์เซนต์อยากเป็นคน ใน 98 เปอร์เซนต์
    เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่มีความทะเยอทะยาน แข่งขันอยาก เด่นที่สุด เก่งที่สุด
    ประสบผลสำเร็จที่สุด ใครๆก็เป็น ลึกๆในใจมันเป็นแบบนี้
    ดังนั้นคำถามนี้ คำตอบคือ ไม่มีใครเลี้ยงปลา
    แต่คน 98 เปอร์เซนต์จะตอบว่าคน เยอรมัน
    ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลยที่ชี้ชัดว่าคนเลี้ยงปลามีจริงๆ เป็นตรรกะก็ไม่ใช่
    เพราะไม่มีตรงไหนที่บอกว่า หนึ่งในห้าคนนี้มีคนเลี้ยงปลา มีแต่คำถามเท่านั้นที่ถามว่าใครเลี้ยงปลา
    ถ้าคำถามเปลี่ยนใหม่ว่าใครเลี้ยงกบ ก็ต้องตอบว่าคนเยอรมันใช่ไหม?
    นั่นละสรุปคือที่แท้ คำตอบมาจากความเป็น มนุษย์ส่วนใหญ่ 98 เปอร์เซนต์นั่นเอง
     
    Source :: Dek-D Board
     
     
    เฮ~ มีคนตอบถูก
    ถ้ามีอะไรแบบนี้อีก จะเอามาให้อ่านนะครับ ^ ^

    [นอกรอบ] โจทย์แก้เครียด (รึเครียดหนักกว่าเก่า?)


    วันนี้ ศุกร์ 13 สินะ ... (แล้วยังไงเรอะ)
    วันนี้หลั่นล้านิดนึง เพราะได้หยุด เนื่องจากมีงานพระราชทานปริญญาบัตร
    เลยมีโจทย์ปัญหามาให้ทำเล่นๆกัน แก้ง่วง แก้เซ็ง แก้เครียด
    ที่โจทย์นี้น่าสนใจ เพราะมันเป็นโจทย์ปัญหาของตาเฒ่าหัวฟู อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
    แถมยังว่ากันว่า 98% ของประชากรโลก คิดคำตอบของปัญหานี้ไม่ออก
    เกริ่นมาซะมากมาย ไม่รู้ว่าได้เริ่มกระตุ้นเซลล์สมองรึยัง
    จะช้าอยู่ใย เอาเลยนะ
     

    มีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คน ต่างกัน 5 ชนชาติ
    ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อแตกต่างกัน และเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน ดังนี้
     
    1. คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง
    2. คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา
    3. คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา
    4. บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว
    5. เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ
    6. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Camel เป็นคนเลี้ยงนก
    7. เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
    8. คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม
    9. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก
    10. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว
    11. คนที่เลี้ยงหนูแฮมเตอร์อยู่ติดกับของที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
    12. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Kent ดื่มเบียร์
    13. คนที่เป็นชาวเยอรมัน สูบบุหรี่ยี่ห้อ Vogue
    14. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า
    15. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro เป็นเพื่อนกับคนดื่มน้ำส้ม
     
    คำถาม : ใครเป็นคนเลี้ยงปลา ? 
     
    Source : Dek-D Board 

     
    ไม่รู้ว่า พออ่านโจทย์จบ จะหายเครียด รึว่าเครียดกว่าเก่าแฮะ

    ช่วงนี้แน่นอนว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเอาตัวรอดของทุกคน รวมทั้งตัวเราเองด้วย ที่ต้องเอาตัวรอดหนักกว่าคนอื่นเป็นสองเท่าสามเท่า
    เพราะไม่ยังงั้นก็อาจจะได้กลับบ้านไปขายเสื้อกับแม่แบบถาวรแน่นอน เหอๆๆ
    อวยพรให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน(และตัวเอง) ให้ตั้งใจอ่านหนังสือกันให้มากๆ แล้วก็ผ่านพ้นช่วงมิดเทอมไปได้ด้วยดีกันทุกคนนะครับ

     
    ลป. เง้อ~ หนักใจแฮะ เอายังไงกับชีวิตดี คนนั้นก็ดี คนนี้ก็น่าสนใจ
    ลป2. ช่วงนี้เบื่อๆยังไงไม่รู้ หรือเราจะอิ่มตัวกับอะไรบางอย่างแล้วนะ

     

    หลงทาง

     
    เคยหลงทางกันบ้างมั้ย?
     
    ไม่ใช่แค่เรื่องของถนนหนทางหรอกที่เราจะหลงกันได้
    แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิต การมีตัวตนอยู่ของเรา
     
    ในบางเวลา เรารู้สึกว่า ไอ้สิ่งอย่างที่เรากำลังทำอยู่เนี่ย ทำไปแล้ว มันจะได้อะไร
    อย่างที่ใกล้ตัวที่สุดตอนนี้ ก็คือ การไม่หลับไม่นอน แต่มานั่งเขียนสเปซตอนตีสอง
    ทั้งๆที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีใครพยายามมองหาคุณค่าของข้อความที่เราเขียนไปมั่งรึเปล่า
     
     
    บางที การพยายามมองหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำของตัวเอง
    อาจจะเป็นการเริ่มเดินหลงทางแล้วก็ได้
    เพราะเหตุผลเหล่านั้น ก็เป็นแค่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีต่อสิ่งที่เราทำเท่านั้น
    แต่มันไม่ได้เป้นสิ่งที่จะบอกเราว่า การกระทำของเรานั้นถูกหรือผิด
     
    ประมาณว่า หลับหูหลับตาทำไปโดยไม่สนใจเสียงนกเสียงการอบข้าง
    พอรู้ตัวอีกที มันก็กลายเป็นว่าสายไปซะแล้วที่จะถอยหลัง
    เพราะไม่ได้ใส่ใจกับทางที่เราผ่านมาแม้แต่น้อย มัวแต่ให้ความสำคัญกับตัวเอง
     
     
    **************************************************
     
    ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ได้เจอเหตุการณ์ต่างๆมามากมายเหลือเกิน
    ซึ่งมันก็เกิดขึ้นมาจากการที่เราเดินหลงทางทั้งสิ้น
     
    เริ่มจาก การทำค่ายวิษณุกรรมบุตร
    ค่ายครั้งนี้ ทำให้เรารู้สึกผิดที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในปีที่แล้ว
    เพราะถึงมันจะเป็นอะไรที่ผ่านมาชั่วคราว แต่มันก็มีผลสืบเนื่องถึงเวลาอีกสี่ปีเลย
    การได้รับรู้ถึงประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนจะเริ่มงานจริงๆ เป็นสิ่งที่มีค่ามาก
    อย่างน้อยเราก็ได้รู้คร่าวๆว่าอะไรเป็นอะไร การลองผิดลองถูกก็จะมีบทบาทน้อยลง
    และโอกาสที่จะผิดพลาดก็น้อยลงเช่นกัน
     
    ต่อมา เรื่องที่รุนแรงที่สุดในชีวิตการเป็นนิสิต - วิกฤติเด้งหอ
    เราจะรู้ถึงคุณค่าของสิ่งใด ก็ต่อเมื่อเราขาดสิ่งนั้นไปในเวลาที่จำเป็น
    เงื่อนไข 2.00 เป็นเหตุผลที่ทำให้เราโดนเด้งหอแบบน่าสมเพชที่สุด
    การเดินหลงทาง ด้วยว่าหลงใหลในความสามารถของตัวเอง คือการฆ่าตัวตายที่เลือดเย็นที่สุด
    เพราะในเวลาที่เรากำลังลำบาก เราจะไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวทั้งสิ้น กลับยังจะมีแต่สิ่งที่คอยจะกระหน่ำซ้ำเติมเราด้วย
     
    อีกสักอย่างนึง - น้องรหัส
    ไม่ได้บอกว่าการมีน้องรหัสเป็นเรื่องที่เกิดจากการหลงทาง
    แต่กำลังจะบอกว่า การไม่มีความสามารถในการดูแลน้องรหัสของเราในขณะนี้ เป็นสิ่งที่เกิดมาจากการหลงทาง
    ทั้งๆที่รู้ว่าอีกหนึ่งปีก็จะต้องเป็นหน้าที่ของเราที่จะคอยดูแลน้องเฟรชชี่ อย่างน้อยที่สุดก็คือต้องให้คำแนะนำที่ดีก้บน้องได้
    แต่เราดันไม่รู้จักเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆไว้ รวมถึงไม่รู้จักเก็บตังด้วย เพราะอย่างที่เห็นๆกันว่าเราเป็นยังไง
    นึกมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกละอาย และสงสารน้องรหัสตัวเองมากๆ ที่ดันจับได้พี่รหัสที่ไม่เอาไหนแบบเรา
     
     
    **************************************************
     
    สุดท้าย เราก็คงทำได้แค่พ่นอะไรออกมาลอยๆตรงนี้เท่านั้น
    แล้วก็กลับไปมีชีวิตแบบที่เคยทำมา และไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทั้งสิ้น
     
    สรุปแล้ว ที่เขียนมาทั้งหมดนี่
    เกิดจากการหลงทางของเรา เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วสินะ ?
     
     
     
     
     
    ลป.  หิวว่ะ แต่จนอะ ไม่มีตังกินข้าว ...
    ลป2. ชอบน้องขบวนการ แต่ขี้เกียจจีบ ทำยังไงดี~
    ลป3. แวะชมรูปมีทติ้งกรุ๊ปเอส วาระเลือกเฮดกรุ๊ปให้น้อง ได้ที่ Photo Gallery น่อ
           (รูปกะหลั่วๆ โดยกล้องกะหลั่วๆ ของคนถ่ายสั่วๆ เพื่อคนดูตาถั่ว เอิ๊กๆ~)